วันจันทร์ที่ 5 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2567

กลุ่ม 6 การประเมินพัฒนาการด้านสังคม:การเล่นของเด็กปฐมวัย


กลุ่ม 6 การประเมินพัฒนาการด้านสังคม:การเล่นของเด็กปฐมวัย




 


สรุป

สรุปกิจกรรมกลุ่มที่ ด้านสังคม : การเล่น (ลักษณะการเล่น ระดับขั้นของการเล่น)

พัฒนาการทางด้านสังคม การเล่นของเด็กปฐมวัย

การจัดกิจกรรมการเล่นสำหรับเด็กปฐมวัย นับว่าเป็นสิ่งจำเป็นและสำคัญมาก เพราะการเล่น เป็น ประสบการณ์ที่มีการเตรียมเด็กให้มีความพร้อมนี้ทางด้านร่างกาย อารมณ์-จิตใจ สังคม และ สติปัญญา ก่อนที่จะเข้าเรียนในระดับประถมศึกษา กล่าวไว้ดังนี้

1. การเล่นเป็นการระบายสีผลงานที่เหลือให้เป็นไปตามธรรมชาติ

2. การเล่นเป็นการหาความสนุกเพลิดเพลิน เพื่อเป็นการพักผ่อนโดยเด็กไม่รู้สึกเหน็ดเหนื่อยเท่ากับการ ทำงานถึงแม้จะต้องออกแรงมาก ๆ เหมือนกัน

3. การเล่นเป็นการเลียนแบบบรรพบุรุษ เพราะเด็กเคยเห็นการกระทำของบุคคล ที่เด็กใกล้ชิด

4. การเล่นเป็นการชดเชยสิ่งที่ขาด โดยเด็กจะแสดงออกมาโดยการเล่น

-ด้านอารมณ์และจิตใจ การเล่นจะช่วยให้เด็กเกิดพัฒนาการทางอารมณ์และจิตใจเห มันคงแข็งแรง รู้จักปรับอารมณ์ให้เข้ากับภาวะแวดล้อม และการเล่นจะช่วยลดความคับข้องใจ

-ด้านสังคม การเล่นจะช่วยให้เด็กพัฒนาการด้านความสัมพันธ์กับบุคคลอื่นเป็นการ เรียนรู้ที่จะอยู่ รวมกลุ่ม รู้จักบทบาทของสมาชิกในกลุ่ม ฟิกการสมาคม และฟิกเด็กในเรื่องของการ ปรับตัว

-ด้านสติปัญญา การเล่นถือว่าเป็นการฟิกการเรียนรู้ด้วยตนเองของเด็กเป็นการฝึกใน เรี่องการคิด และ ส่งเสรมจิตนาการของเด็ก

ดังนั้นสรุปได้ว่า การเล่นมีความสำคัญต่อพัฒนาการของเด็กเป็นอย่างมาก ไม่ว่าจะเป็นในด้าน การ เตรียมประสบการณ์เพื่อการอยู่ในสังคมอย่างมีความสุข ความสนุกสนานเพลิดเพลิน นอกจากการสร้างและ แสดงออกทางจินตนาการอันเป็นหัวใจสำคัญของกิจกรรมทางความคิดของเด็กที่อย่าง มากมายให้เด็กได้ เลือกเล่นอย่างไม่รู้จักจบสิ้น ซึ่งกล่าวได้ว่าการเล่นเป็นการเปิดโอกาสให้เด็กได้พัฒนา ทั้งทางด้านร่างกาย อารมณ์สังคม และสติปัญญา

นักจิตวิทยาพัฒนาการได้แบ่งพัฒนาการทางสังคมผ่านการเล่น แบบ ดังนี้

1. การเล่นคนเดียว

เป็นการเล่นขั้นแรกของเด็กตั้งแต่แรกเกิด - ปี ซึ่งการเล่นของเด็กวัยนี้เป็นการเล่นเพื่อทำความรู้จัก และหาประสบการณ์กับสิ่งแวดล้อมรอบๆ ตัว อาจจะมีพ่อแม่หรือพี่เลียงอยู่ข้างๆ แต่ยังไม่ต้องการเพื่อนเล่น อาจมีการเฝ้าดูคนอื่นๆเล่นและเข้าใจว่าของเล่นของฉันคือของ เล่นของฉัน และของเล่น ของคนอื่นก็เป็นของฉันเช่นกัน เด็กคนอื่นมาเล่นไม่ได้

2. การเล่นคู่ขนาน (Parallel Play)

พบในเด็กอายุประมาณ ปี เป็นช่วงที่เด็กเริ่มสังเกตและสนใจคนอื่นเล่น ยังพอใจการเล่นคน เดียว ยอมให้มีเพื่อนเล่นอยู่ข้างๆ ได้บ้าง แต่เป็นการเล่นแบบต่างคนต่างเล่น ไม่เล่นด้วยกัน

3. การเล่นกับเพื่อน (Associative Play)

เด็กเริ่มมีความสัมพันธ์ระหว่างกลุ่ม พบเมื่อ อายุประมาณ ปี ซึ่งเด็กจะมีพัฒนาการทางสังคม เพิ่มขืน เด็กในวัยนี้นักเข้าใจว่าของเล่นฉันคือของฉัน เธอสามารถเล่นได้แต่ต้องคืน ทำให้เด็กเรียนรู้การแบ่งบัน ถ้อยทีถ้อยอาศัย และพูดคุยปรึกษากันเล่นกันได้

4. การเล่นรวมกันเป็นกลุ่ม (Cooperative Play)

พบกันเล่นแบบนี่ในเด็กอายุตั้งแต่ ปีขึ้นไป เพราะเด็กวัยนี่ได้เรียนรู้และเข้าใจถึงกฎเกณฑ์ กติกา รู้จักการแพ้ชนะการใช้เหตุผล และการแก้ปัญหาซึ่งไว้ที่พ่อแม่ควรปลูกฝังคุณธรรมและกติกาทาง สังคมควบคู่ ไปพร้อมกับการเล่

หลักในการประเมินพัฒนาการ

1. ประเมินพัฒนาการของเด็กครบทุกด้าน

2. ประเมินเป็นรายบุคคลอย่างสม่ำเสมอต่อเนื่อง

3. ประเมินด้วยวิธีการที่หลากหลายซึ่งวิธีการประเมินที่เหมาะสมกับเด็กอายุต่ำกว่า ปีมีการ สังเกต พฤติกรรมของเด็กในกิจกรรมต่าง ๆ และกิจวัตรประจำวันการบันทึกพฤติกรรมการสนทนาการ สัมภาษณ์เด็ก และผู้ใกล้ชิดและการวิเคราะห์ข้อมูลจากผลงานเด็ก

4. บันทึกพัฒนาการลงในสมุดบันทึกสุขภาพแม่และเด็ก (เล่มสีชมพู) และใช้คู่มือการเฝ้าระวัง และ ส่งเสรีมพัฒนาการเด็กปฐมวัย (DSPM) ของกรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข หรีอของหน่วยงานอื่น

5. นำผลที่ได้จากการประเมินพัฒนาการไปพิจารณาลัดกิจกรรม เพื่อเปิดโอกาสให้เด็กคนนี้ และมี พัฒนาการเหมาะสมตามวัย

เทคนิคที่เหมาะสมในการประเมินพัฒนาการด้านสังคม

การประเมินพัฒนาการและการเรียนรู้เป็นองค์ประกอบที่สำคัญอย่างยิ่งในการพัฒนาเด็ก ปฐมวัย เป็นกระบวนการรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับพฤติกรรมและความสามารถของเด็กในด้านต่าง ๆ ทั้งในเชิงปริมาณ และเชิงคุณภาพอย่างต่อเนื่อง แล้วนำมาเรียบเรียงอย่างเป็นระบบเพื่อใช้เป็นข้อมูลในการ ตัดสินใจเกี่ยวกับ เด็กหรือการคัดประสบการณ์ให้แก่เด็ก

การประเมินพัฒนาการและการเรียนรู้เป็นสิ่งที่ควรเกิดขึ้นควบคู่ไปกับการจัดประสบการณ์ ตามปกติในกิจวัตรประจำวัน ครูที่ประเมินอย่างต่อเนื่องและเป็นระบบจะสามารถใช้หลักสูตรและจัด ประสบการณ์ได้อย่างเหมาะสมกับวัย และความแตกต่างระหว่างบุคคลของเด็ก



ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

ศึกษาเด็กรายกรณี

ศึกษาเด็กรายกรณี